prev

5 กรกฎาคม 2538 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยการนำของ ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ ผู้ล่วงลับ และ ดร.สมาน โอภาสวงศ์ ประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ก่อตั้งคลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทยขึ้นโดยยึดแนวปฏิบัติ ‘เมตตาเป็นธรรมค้ำจุนโลก’ ขององค์ไต้ฮงกง ภิกษุชาวจีนผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ท่านถือเป็นต้นแบบงานด้านสังคมสงเคราะห์ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยึดเป็นแนวปฏิบัติตั้งแต่แรกเริ่มจวบจนปัจจุบัน ‘บริการปวงชนด้วยความซื่อสัตย์จากใจ’ คือ ปณิธานอันมุ่งมั่นที่บุคลากรทุกคนของคลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทยยึดมั่นมาตลอดนับตั้งแต่วันแรกจนถึง  วันนี้ 19 ปีแห่งความทุ่มเทเพื่อคุณภาพการให้บริการด้านการแพทย์แผนจีน

คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทยเปิดให้บริการรักษาประชาชนโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่แบ่งชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญในด้านคุณภาพการรักษาและการบริการเป็นอันดับแรก คลินิกหัวเฉียวฯ ได้เริ่มวางรากฐานการบริการทางการแพทย์แผนจีน โดยเผยแพร่ศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมไทย และได้พัฒนารูปแบบการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการทางการแพทย์แผนจีนที่ได้มาตรฐาน ประหยัด และมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจและสามารถเข้าถึงบริการได้ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จากจุดเริ่มต้นที่มีแพทย์จีนเพียงไม่กี่คน ปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2557 มีแพทย์จีนจำนวน 27 คน ประกอบด้วยแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญและแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ที่มีประสบการณ์ทางคลินิกในสาธารณรัฐประชาชนจีนมาหลายสิบปี และแพทย์จีนรุ่นใหม่ซึ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้คลินิกหัวเฉียวฯ ยังได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ โดยการให้ทุนแพทย์จีนในสังกัดไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกวางเจา มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเฉิงตู มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนหนานจิง และมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง รวมทั้งสิ้น 16 คน

คลินิกหัวเฉียวฯ ให้บริการทางการแพทย์แผนจีนโดยแบ่งเป็น 3 แผนก ได้แก่
1. แผนกอายุรกรรม ประกอบด้วย คลินิกอายุรกรรมทั่วไป และคลินิกอายุรกรรมเฉพาะทาง ได้แก่ คลินิกโรคมะเร็ง คลินิกโรคไต คลินิกโรคระบบนรีเวช-บุรุษเวช
2. แผนกฝังเข็ม รักษากลุ่มอาการปวดต่างๆ เช่น ไมเกรน ปวดระบบกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรม โรคระบบประสาท เช่น โรคลมชัก อัมพฤกษ์ เด็กสมาธิสั้น นอนไม่หลับ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าต์ และ โรคผิวหนัง เช่น สิว ฝ้า ริ้วรอยบนใบหน้า เป็นต้น
3. แผนกทุยหนาและกระดูก ประกอบด้วย คลินิกทุยหนา ให้บริการนวดเพื่อรักษาอาการโรคต่างๆ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท นอนไม่หลับ อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และคลินิกกระดูก ให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของกระดูก กระดูกหัก หมอนรองกระดูกเคลื่อน นิ้วล็อค จัดกระดูก เป็นต้น

นอกจากการบริการทางการแพทย์แผนจีนและการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้วคลินิกหัวเฉียวฯยังส่งเสริมด้านวิชาการ และสนับสนุนการบริการทางการแพทย์แผนจีนให้กับสังคมโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างเช่น

1. เปิดศูนย์ความร่วมมือทางการแพทย์แผนจีน ณ คลินิกหัวเฉียวฯโดยการนำของนายสุษิร สุรัตนกวีกุล ผู้อำนวยการคลินิกหัวเฉียวฯคนแรกผู้ล่วงลับ ร่วมกับนายแพทย์ชวลิต สันติกิจรุ่งเรือง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุข สาขาพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผู้ล่วงลับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ และได้จัดหลักสูตรอบรมการฝังเข็มระยะเวลา 3 เดือนสำหรับแพทย์แผนปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา โดยใช้หลักสูตรการฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกจัดการฝึกอบรมให้กับแพทย์ต่างชาติโดยวิทยากรท่านแรกคือ ศาสตราจารย์เฉิน จื่อ เฉิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีนจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ ปฏิบัติงานที่คลินิกหัวเฉียวฯ ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ด้านการฝังเข็มให้แก่แพทย์แผนปัจจุบันจนสามารถจัดให้บริการแก่ประชาชนทั่วประเทศได้ในขณะนี้ คลินิกหัวเฉียวฯ ได้ร่วมจัดหลักสูตรอบรมดังกล่าวตั้งแต่รุ่น 1-12 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาแม้จะไม่ได้จัดอบรมที่คลินิกหัวเฉียวฯ แต่ได้ส่งแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญด้านการัผั่งเข็มจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาเป็นวิทยากรเสมอมา
2. ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยในส่วนภูมิภาคโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
3. จัดสัมมนาวิชาการปีละ 2 ครั้ง โดยนายอัมพร เอี่ยมสุรีย์ อดีตผู้อำนวยการคลินิกหัวเฉียวฯ ผู้ล่วงลับ ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเผยแพร่และพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์และผู้สนใจทั่วไป
4. ก่อตั้งฝ่ายพัฒนาวิชาการและการฝึกอบรม เพื่อเป็นศูนย์ฝึกเวชปฏิบัติของนักศึกษาแพทย์จีนจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตรการแพทย์แผนจีน
5. จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพนและการป้องกันโรคให้กับประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเป็นประจำทุกเดือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด้านเภสัชกรรม (ห้องยา) คลินิกหัวเฉียวฯ ได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ด้วยตระหนักดีว่า หมอดีต้องมียาดีใช้ การรักษาจึงจะมีประสิทธิผล ดังนั้น ผู้บริหารจึงให้ความใส่ใจกับคุณภาพของยาสมุนไพรจีนที่ใช้ การจัดยาตามใบสั่งแพทย์มีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเข้มงวด และการเตรียมยาต้มให้แก่ผู้ป่วยเฉพาะรายตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมยาในรูปแบบยาแคปซูล ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาครีม และยาผงแกรนูล ซึ่งพกพาง่ายและใช้สะดวก รวมทั้งมีบริการส่งยาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกมารับยาด้วยตัวเอง

ด้วยนโยบายที่ต้องการให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์แผนจีนอย่างทั่วถึง และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยจากทั่วประเทศที่ต้องเดินทางมารับบริการที่กรุงเทพฯ คลินิกหัวเฉียวฯ จึงได้เปิดคลินิกสาขาในส่วนภูมิภาค โดยคลินิกหัวเฉียวฯ สาขาโคราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นคลินิกสาขาแห่งแรก เปิดทำการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริการแผนกฝังเข็มและแผนกอายุรกรรม มีแพทย์จีนประจำคลินิกจำนวน 3 คน และแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาจำนวน 2 คน จนถึงวันนี้คลินิกหัวเฉียวฯ สาขาโคราชมีผู้ป่วยมารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 150 ราย ก้าวสู่ปีที่ 20 ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทยได้วางรากฐานและพัฒนาการบริการทางการแพทย์แผนจีนอย่างต่อเนื่อง สำหรับก้าวต่อไปในอนาคตโดยได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป จะมีแพทย์จีนรุ่นใหม่ในสังกัดสำเร็จการศึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางกลับมาปฏิบัติงานในแต่ละแผนก และเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) รองรับผู้ป่วยจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้รับบริการและคลินิกหัวเฉียวฯ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างรวดเร็ว

ด้านวิชาการ คลินิกหัวเฉียวฯ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการแพทย์แผนจีนให้ทันสมัย รวมทั้งให้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดทำรหัสโรคและความแตกต่างของภาวะ/อาการทางการแพทย์แผนจีน เพื่อการจัดเก็บนานาชาติข้อมูลสถิติ

ด้านเภสัชกรรม คลินิกหัวเฉียวฯ ได้ดำเนินการจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) ของฝ่ายเภสัชกรรม เพื่อสร้างมาตรฐานการเตรียมยา การจัดยา การต้มยา การผลิตยา และการจ่ายยา ให้ดียิ่งขึ้น
คลินิกหัวเฉียวฯ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อขยายคลินิกสาขาในส่วนภูมิภาคให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมีคลินิกหัวเฉียวฯ สาขาโคราชเป็นต้นแบบ เพื่อให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงบริการทางการแพทย์แผนจีนได้อย่างทั่วถึง ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นเพื่อสร้างคุณภาพการบริการทางการแพทย์แผนจีน สู่มาตรฐานสากลให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

next

Copyright © 2014 Huachiew TCM ClinicTM, All rights reserved.